![]() |
|
Spaces home Space ของ tmachProfileFriendsBlog | ![]() |
Space ของ tmach |
||||||||||||
|
November 19 เรื่อง คุกกี้ กะ คอมเมนท์ ของผมไปอ่านมาแล้วชอบ เลยเอามาโพสไว้
เรื่อง คุกกี้
ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง
ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อ และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาสักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันอย่างละชิ้นเธอมองด้วยความโกรธแต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย" ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า "เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ" เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง.......... มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย" ..........นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า "เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง? เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่".......... คอมเมนท์ส่วนตัว
ดีนะ ที่อย่างน้อย เมื่อรู้ตัว ยังคิดที่จะแก้ไข แม้ว่ามันจะไม่สำเร็จก็ตาม แต่ก้อได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว
ทุกวันนี้ยังมีหลายคน ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้มันผ่านไปโดยไม่คิดที่จะแก้ไขทั้งที่รู้ตัวแล้ว กลับได้แต่ปล่อยให้มันผ่านไป โดยที่ข้างในลึกๆ ยังรู้อยู่ว่าควรทำอย่างไร แต่ก้อปล่อยมันผ่านไป พอเวลาผ่าน ไป เวลา ละลาย อีโก้ ในใจ จนหมด รู้สึกตัว อีกที นึกถึงเหตุการณ์วันนั้น อีกครั้ง ก้อไม่มีแม้แต่ โอกาสที่จะแก้ไข สุดท้าย ได้แต่ เสียดาย กับสิ่งที่ไม่ได้ทำ ผมว่านะ ทำเถอะนะ ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดี ถ้ามันเป็นสิ่งที่ไม่เบียดเบียนใคร ถึงมันจะสำเร็จหรือ ไม่ อย่างน้อยที่สุดเราก้อได้พยายาม "ความพยายามที่เหนือธรรมดาเท่านั้น จึงนำมาซึ่งความสำเร็จที่แตกต่าง" สุดท้ายเราก้อแค่หัดที่จะพอเพียงในความสำเร็จที่เราพยายามด้วยตัวเองอย่างดีแล้ว ก้อพอ tmach78@hotmail.com - Keng_Keng-LEK November 10 คิดการใหญ่ ใจต้องเหี้ยม สิบ พฤศจิ ห้าศูนย์ เวลา เก้าโมงเช้า ประเทศไทยโอ้ย ....วันที่ สิบ พฤศจิกายน แล้วนะเนี่ย โปรเจค ในห้วเยอะแยะเลย หันไปดูนาฬิกา ก้อ เก้าโมงกว่าแล้ว บาส ออนไลน์ บอกให้ส่งสูตรน้ำสลัดไปให้ เดี๋ยวเรียบเรียงก่อนค่อย ส่งให้ดีกว่า เฮ้อ ความขี้เกี่ยจนี่มัน มารชัดๆ จะทำงานปุ๊ป มันมาปั๊ป พอหมดเวลาปุ๊ป มันหายปั๊ป แต่เวลาก้อหมดพอดี แย่จัง งานวันนี้ ต้องโทรหา เอ เพราะจะต้องไปฝากของให้เอาไปให้ คุณจิง เพื่อที่จะส่งไปญี่ปุ่น รายการของก้อมี ซีดี กะ อะไหล่เต้นท์ ที่ยืมจักรไปเที่ยว โทโฮคุ (The Fifth Trip in japan at TOHOKU) สิบวัน กับระยะทาง สี่พันกิโลเมตร เอาไว้จะเล่าให้อ่านใน บล็อคนี้แล้วกันนะ พอนึกถึงเรื่องเต้นท์ทีไร ภาพตอนเกิดเหตุก้อแว๊บเข้ามาในหัวทุกที พายุพัดเต้นท์พังกระจาย เกือบเอาชีวิตไม่รอด ลมมันพัดมาแรงมาก แรงจนดูน่ากลัว ไม่สิ ถึงไม่ดูก้อน่ากลัว เสียงลมดังอย่างกะเสียงเครื่องรถสิบล้อ ฟังแล้วดูเหมือนโม้ แต่มันดังงอย่างนั้นจริงๆ ตอนแรกก้อยังนอนอยู่ในเต้นท์ คิดว่าคงไม่เป็นไร ลมแรงมันคงเป็นแบบนี้มั้ง ลมพัดเต้นท์ยุบลงมา เกือบจะติดตัวเรา แต่แล้วเต้นท์มันก้อ กลับไปเป็นเหมือนเดิม ตอนที่ลมเริ่มเบาลง แต่เวรจริงๆ ลมเริ่ม แรงขึ้นๆ จากแรง แบบพัดลม โอกาว่า กลายเป็นพัดลมเป่าหมู โอ้พระเจ้า ตอนนี้เหมือนมันเอา โบอิ้งมาพ่นเจ็ตใส่เต้นท์เลย ท่าจะอยู่ไม่ได้แล้ว ตัดสินใจออกมาเก็บเต้นท์ดีกว่า เหมือนธรรมชาติมันรู้ทัน ว่า ฮั่นแน่ มันจะหนีแล้ว คราวนี้ลมพัดกันมาอย่างบ้าระห่ำ เต้นท์กะลังจะปลิวตามลมไป ของอยู่ในเต้นท์ รวมราคาแล้วเฉียดแสน วินาที ที่เต้นท์พับลงไป เสาเต้นท์ที่ทำจากไฟเบอร์ได้ยินเสียงมันบิดจนแตก ดัง เปรี๊ยยๆๆ กลัวตาย ก้อกลัว กลัวบอล บอล จะเป็นอันตรายก้อกลัว ของก้ออยู่ในเต้นท์เพียบเลย เลยตัดสินใจเอาวะ ตายเป็นตาย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่โง่มากเมื่อมาคิดดูแล้วทีหลัง เลยตัดสินใจกระโดด แบกน้ำหนักตัวเกือบเจ็ดสิบโล ทับเต็นท์เอาไว้ แต่แทบจะไม่มีผลอะไรเลย เต้นท์ก้อจะปลิวไปตามลมเหมือนเดิม ทั้งที่ยึดสมอไว้กับพื่นดินทุกตัว วินาทีนั้น คิดว่าแย่แน่แล้ว ลมไม่มีท่าทีจะเบาลง ไม่เว้นระยะให้เราเก็บของเข้ารถแน่นอน บอล ก้อยังยืนช่วยกดเต้นท์เอาไว้ โดยไม่หนีไปไหน (มาคุยกันทีหลัง บอลบอกว่าไม่ห่วงของ แต่กลัวเราจะปลิวไปกะเต้นท์ ชื่นใจจริงๆ ) เอาวะ ค่อยๆ ถอดมันทีละชิ้นๆ ทยอยเอาขึ้นรถ โอ้ย เกือบเอาชีวิตไม่รอด รีบเอาของยัดในรถโดยไม่มีการจัด เข้ามาตั้งสติในรถ ทำไงดีวะเนี่ย และแล้วก้อเป็นจุดเริ่มต้นของการนอน ในรถครั้งแรกในแดนอาทิตย์อุทัย อ้อ ในคืนเดียวกันนั้น ขณะที่นอนแต่ยังไม่หลับอยู่ในรถ เห็นเต็นท์ ของคนอื่น ประมาณ สอง สาม เต้นท์ ถูกลมพัดกลิ้งเหมือนกระป๋องนมตราหมี โดนคนเตะ อย่างน่ากลัว ดีนะ ที่เรารอดมาก่อน...เฮ้อ จากเหตุการณ์นี้ ทำให้รู้ว่าเต้นท์ แพงๆ มันมีไว้ทำไม เริ่มศึกษาเรื่องเต้นท์ การแคมป์ปิ้ง อุปกรณ์ที่จำเป็น อย่างจริงจัง ถึงรู้ว่าเต้นท์ต้องเลือกใช้ให้ถูกชนิด ถูกฤดกาล สนนราคาของเต็นท์ เริ่มตั้งแต่ เจ็ดร้อยเก้าสิบบาท จนถึง สองสามแสนบาท ใช้กางนอนในบ้านตัวเอง จนถึง สามารถใช้กางนอนบนยอดเขาฮิมาลัยได้ ยี่ห้อ นอร์ทเฟส เอ็มเอสอาร์ โคลแมนด์ ยูเรก้า ทุกยี่ห้อ มีบอกรายละเอียดว่าใช้ได้ใน ฤดูอะไรบ้าง หรือใช้ได้ทุกฤดู ตอนนี้ ก้อซื้อ โคลด์แมนรุ่นเกือบท้อป มาแล้ว หนึ่งเต็นท์ กะลังเล็ง เอ็มเอสอาร์ รุ่นใหม่อยู่ ใช้ได้ทุกฤดู ทนพายุได้... คราวหน้าเราจะเป็นฝ่ายชนะบ้าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ป.ล. ถ้าคราวหน้าออกรบกะมันอีกจะเล่าให้ฟังใหม่นะ กัมบัตเตะ
ไป ทำงานดีกว่า ได้แต่โม้ โปร ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นในการนอนเต็นท์ในภาวะวิกฤต มาก ๆ ดูถูกธรรมชาติน้อยลง คอน เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง เต็นท์พัง(แต่ยังพอซ่อมได้) อาการวิตกจริต ในการซื้อเต็นท์ ว่าถ้าจะซื้อต้องเอาแบบที่ทนพายุได้เท่านั้น สู้มัน สู้มัน ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อย่าเอาความเลวความชั่วของคนอื่น มาเป็นทุกข์ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
|||||||||||
|
|